BAM ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคมวงเงิน 4,500 ล้านบาทเป็นครั้งแรก อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 2.69% ต่อปี มียอดความต้องการลงทุนกว่า 5,800 ล้านบาท

ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพและความเป็นผู้นำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ของไทย รวมถึงความตั้งใจที่จะลงทุนในด้านความยั่งยืน
นับเป็นก้าวสำคัญของ BAM ในการเสริมความแข็งแกร่งภายใต้แนวทางการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ด้วยการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อสังคม (Social Bond) ต่อนักลงทุนสถาบันเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการเสนอขายหุ้นกู้ ครั้งที่ 2/2569 จำนวน 3 รุ่น วงเงินรวม 4,500 ล้านบาท ได้แก่ อายุ 1 ปี 8 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.56% ต่อปี อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี และอายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.33% ทั้งนี้ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ยังคงอันดับเครติตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ของ BAM ที่ระดับ “A-” สะท้อนถึงความมั่นใจในฐานะความเป็นผู้นำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และที่ปรึกษาการจัดโครงสร้างการเงินเพื่อความยั่งยืน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการบริหารโครงสร้างเงินทุนของบริษัทให้มีความเหมาะสมและยืดหยุ่น สอดรับกับแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคต โดย BAM ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงิน การบริหารต้นทุนเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับความมั่นคงทางการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน สำหรับหุ้นกู้ที่ BAM เตรียมเสนอขายในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 รุ่น ได้แก่
- หุ้นกู้รุ่นที่ 1 อายุ 1 ปี 8 เดือน อัตราดอกเบี้ย 2.56% ต่อปี
- หุ้นกู้รุ่นที่ 2 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี
- หุ้นกู้รุ่นที่ 3 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.33% ต่อปี
หุ้นกู้ทั้ง 3 รุ่นเป็นประเภท ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน โดยจะถูกนำไปใช้สนับสนุนการเข้าถึงการให้บริการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา (Trouble Debt Restructuring) แก่กลุ่มผู้เปราะบางทางการเงิน มีประวัติเครดิตด้อยคุณภาพ รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และวิสาหกิจรายย่อย (Micro, Small, and Medium Enterprises: MSMEs) ที่ประสบปัญหาทางการเงิน ภายใต้ กรอบหลักเกณฑ์การระดมทุน เพื่อความยั่งยืนของบริษัท (Sustainable Finance Framework) โดยจุดแข็งสำคัญของ BAM คือประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขายอย่างครบวงจร ตลอดจนฐานข้อมูล เครือข่ายการดำเนินงานทั่วประเทศ และความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินทรัพย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน BAM ยังนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ และการบริหารทรัพย์สินรอการขาย ควบคู่กับการขยายความร่วมมือทางธุรกิจและการพัฒนารูปแบบการสร้างรายได้ใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว
“BAM ไม่ได้มองการระดมทุนเป็นเพียงการเพิ่มแหล่งเงินทุนให้กับองค์กร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางรากฐานทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต พร้อมมุ่งมั่นบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ควบคู่กับการทำหน้าที่ฟื้นหนี้ ฟื้นทรัพย์ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประชาชนและระบบเศรษฐกิจไทย เพราะเป้าหมายของ BAM ไม่ใช่เพียงการเติบโตขององค์กร แต่คือการเติบโตที่สร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน การเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ BAM ในการเสริมความพร้อมด้านเงินทุน เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจและต่อยอดความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมบริหารสินทรัพย์ของประเทศ ภายใต้แนวคิด “สร้างโอกาสจากวิกฤต สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” ดร.รักษ์ กล่าว



