ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังหนุนราคาน้ำมันสูงสุดในรอบ 5 เดือน ส่วนไทย แม้มีมาตรการเยียวยาน้ำท่วม ยังต้องจับตาการฟื้นตัวของการบริโภค

โลก: ราคาน้ำมันดิบยังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจกลับมาโจมตีอิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่อิหร่านปฏิเสธการเจรจารอบใหม่หากสหรัฐฯ ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เสนอผ่านประเทศตัวกลาง อย่างไรก็ตาม สงครามรัสเซีย-ยูเครนมีสัญญาณผ่อนคลายลง หลังผู้แทนจากยูเครน รัสเซีย และสหรัฐฯ เตรียมเจรจาสันติภาพในช่วงครึ่งแรกของเดือนพฤศจิกายน
ยุโรป: ความเสี่ยงด้านการคลังเพิ่มขึ้น ท่ามกลางราคาพลังงานและต้นทุนการกู้ยืมที่สูง ขณะที่เหตุการณ์ประท้วงในฝรั่งเศสจากความไม่พอใจต่อค่าครองชีพ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และแผนลดรายจ่ายภาครัฐ สะท้อนกระแสต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดซึ่งมีความเสี่ยงที่จะขยายไปยังประเทศอื่นในยุโรป ข้อจำกัดในการผลักดันมาตรการลดขาดดุล อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพิ่มความผันผวนในตลาดพันธบัตร และซ้ำเติมความเปราะบางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะข้างหน้า
จีน: เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 ขยายตัว 4.5% YoY สูงขึ้นจาก 4.3% ในไตรมาสที่ 2 อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงเปราะบาง (ดังรูป) คาดว่า รัฐบาลจะเน้นประคับประคองให้การเติบโตบรรลุเป้าหมายมากกว่าการใช้มาตรการกระตุ้นขนานใหญ่ ขณะเดียวกัน รัฐบาลน่าจะรักษาพื้นที่ทางนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น อุปทานส่วนเกิน หนี้สินภาครัฐ รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ ๆ ให้เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญในระยะข้างหน้า
ไทย: ครม. อนุมัติงบกลาง 1.1 หมื่นล้านบาท เร่งเยียวยาน้ำท่วม ท่ามกลางการบริโภคที่ยังอ่อนแอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพิ่มเติม จำนวน 1.1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 1.5 ล้านครัวเรือน โดยแบ่งมาตรการออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย มาตรการบรรเทา มาตรการฟื้นฟู และมาตรการด้านภาษี
การอนุมัติงบประมาณเพื่อเยียวยาผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเพิ่มเติมประกอบกับมาตรการกระตุ้นการบริโภค คาดว่าจะช่วยหนุนการใช้จ่ายของครัวเรือนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี อย่างไรก็ตาม คาดว่าแรงส่งของการบริโภคภาคเอกชนจะถูกจำกัดจากหลายปัจจัย ได้แก่ (i) ผลกระทบของการชะลอการใช้จ่าย (Payback Effect) ภายหลังสิ้นสุดมาตรการไทยช่วยไทยพลัส (ii) ความเสียหายจากน้ำท่วม คาดว่าจะสร้างความเสียหายต่อสินทรัพย์ทางกายภาพ (Physical Assets) สูงกว่าผลผลิตหรือ GDP ที่สูญเสียไป ซึ่งสร้างภาระการเงินต่อประชาชนในระยะข้างหน้า ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงที่ 85.2% ต่อ GDP ในไตรมาส 2 (iii) รายได้แรงงานที่เติบโตต่ำ ไตรมาส 2 โดยรายได้แรงงานรวมหดตัว -0.3% YoY ขณะที่รายได้ของกลุ่มอาชีพอิสระ (Self-employed) หดตัวกว่า -2.0% นอกจากนี้ ล่าสุด ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 52.1 ปรับลดลงจากระดับ 53.2 ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากผู้บริโภคกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม รวมทั้งและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง



