แชร์

ไอแบงก์ร่วมถ่ายทอดมุมมอง “ Food Security, Halal Logistics and Maritime Connectivity: Building Resilient Regional Supply Chains ” ในการประชุมวิชาการโลกมุสลิม ประจำปี 2569

อัพเดทล่าสุด: 21 ต.ค. 2026
78 ผู้เข้าชม
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) โดย รศ.ดร.ศรัณย์ ศานติศาสน์ กรรมการธนาคาร และ นางนุจรี ภักดีเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน เข้าร่วมการประชุมวิชาการโลกมุสลิม ประจำปี 2569 จัดโดยศูนย์นโยบายโลกมุสลิม (CMP) คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องพาวิลเลียน A ชั้น 8 โรงแรมเดอะ แกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น โดยมี รศ.ดร.มนชยา อุรุยศ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายโลกมุสลิม กล่าวต้อนรับ และ รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน รองอธิการบดี ด้านการ

จัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

ในการนี้ นางนุจรีร่วมเสวนาในหัวข้อ "Food Security, Halal Logistics and Maritime Connectivity: Building Resilient Regional Supply Chains" ร่วมกับ ดร.พรพิมล มะหะหมัด ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นายไกรสิทธุ์ วงศ์สุรไกร ประธานชมรมนักธุรกิจไทย–จีน ดำเนินรายการโดย นายกิติพัฒน์ ชื่นสุขจิตต์ ผู้สื่อข่าว Thai PBS World

นางนุจรีเปิดเผยว่า ซัพพลายเชนโลกเปลี่ยน: จาก "ถูกที่สุด" สู่ "ไม่สะดุดเมื่อเกิดวิกฤต" ซึ่งหลังวิกฤตโควิดและความตึงเครียดในเส้นทางเดินเรือทะเลแดงและช่องแคบฮอร์มุซ ห่วงโซ่อุปทานอาหาร ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนจากระบบ Just-in-Time ที่เน้นต้นทุนต่ำ ไปสู่ระบบ Just-in-Case ที่เน้นความต่อเนื่อง ผู้ผลิตต้องสำรองวัตถุดิบมากขึ้น กระจายซัพพลายเออร์ และหาเส้นทางขนส่งสำรอง ขณะที่กลุ่มประเทศ GCC ยังพึ่งพาการนำเข้าอาหารสูงถึง 90% และวัตถุดิบหลักจำนวนมากต้องผ่านจุดคอขวดทางทะเล ความเสี่ยงหลักจึงอยู่ที่ "เส้นทาง" และ "ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อาหารมีต้นทุน และต้นทุนนั้นคือเงินทุนหมุนเวียน เมื่อเรือใช้เวลาเดินทางนานขึ้น เงินของผู้ประกอบการก็จมอยู่ในสินค้านานขึ้น บริษัทใหญ่รับภาระนี้ได้ แต่ถ้า SMEs เข้าไม่ถึงสินเชื่อ ความยืดหยุ่นจะมีอยู่แค่ในบริษัทใหญ่" สำหรับจุดเปราะบางของ SMEs อยู่ที่ "เงินทุน" แม้ตลาดอาหารฮาลาลโลกกำลังเติบโตสู่ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และตลาดจีนกับอาเซียนรองรับการส่งออกอาหารไทยเกือบครึ่งหนึ่ง แต่ SMEs ไทยกว่า 3.28 ล้านราย มีผู้ได้รับรองฮาลาลไม่ถึง 8,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงผู้ประกอบการรายใหญ่อีกด้วย นอกจากนั้นคำขอสินเชื่อเพื่อการค้าของ SMEs ยังมีอัตราการถูกปฏิเสธที่สูงในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่กติกาการค้าของตลาดปลายทางมีแนวโน้มเข้มขึ้น ในขณะที่ SMEs คือกลุ่มแรกที่ถูกปฏิเสธเมื่อความเสี่ยงสูงขึ้น ปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในไทย ช่องว่างการเงินเพื่อการค้าโลกยังสูงถึงราว 10% ของมูลค่าการค้าสินค้า และไม่ลดลงแม้การค้าโลกจะเติบโต เมื่อสภาพคล่องตึงตัว ความเสี่ยงของประเทศและคู่ค้าสูงขึ้น และภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน สถาบันการเงินมักลดความเสี่ยงด้วยการถอยจากผู้ประกอบการรายเล็กก่อน เพราะ SME มีหลักประกันน้อย มีประวัติทางการเงินสั้น และขาดข้อมูลการค้าที่ตรวจสอบได้ "เมื่อความเสี่ยงสูงขึ้น คนที่ถูกปล่อยมือก่อนคือคนที่เล็กที่สุดในห่วงโซ่ ทั้งที่เขาคือฐานการผลิตที่ทำให้ห่วงโซ่อาหารเดินต่อได้ ซึ่งไอแบงก์ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ มีหน้าที่ที่ต้องเข้าไปสนับสนุน SMEs ให้สามารถปรับตัวในยามวิกฤตและเปลี่ยนผ่านไปสู่การทำ

ธุรกิจในอนาคตได้ บนพื้นฐานของการเงินอิสลามในการแบ่งปันความเสี่ยง เพื่อสร้างผลกระทบ เชิงบวกร่วมกัน" ทั้งนี้ การเสนอทางออก 3 แนวทาง ในการสนับสนุน SMEs ให้เข้าถึงบริการทางการเงินได้เพิ่มขึ้น

1. ปรับการค้าระหว่างประเทศสู่ระบบดิจิทัลและใช้เงินสกุลท้องถิ่น (Local Currency) เอกสารการค้าที่เป็นข้อมูลดิจิทัลจะสามารถช่วยลดต้นทุนและขั้นตอนในการรับรู้ข้อมูลที่เท่าเทียมกัน ในเวลาเดียวกัน รวมทั้งการใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้ากับจีนและอาเซียน จะช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน สนับสนุนให้ SME ได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ระบบการค้าอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้น

2. ขยายการสนับสนุนสินเชื่อที่ครอบคลุมความกว้างของทั้งซัพพลายเชน ให้ผู้ประกอบการมีทุนตั้งแต่รับคำสั่งซื้อจนถึงวันรับชำระเงิน(Pre-shipment & Payables Finance) การเงินอิสลามมีเครื่องมือรองรับโดยตรง เพราะสนับสนุนบนพื้นฐานของเศรษฐกิจจริง (Real Economy)

3. เพิ่มการสนับสนุนทางการเงินตามซัพพลายเชนเชิงลึกที่เชื่อมกับระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Deep-tier Supply Chain Finance + Traceability) เพื่อให้สภาพคล่องลงไปถึงผู้ผลิตรายย่อยในชั้นลึกของห่วงโซ่ โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของผู้ซื้อรายใหญ่ร่วมกับข้อมูลจากระบบตรวจสอบย้อนกลับ ทั้งแหล่งที่มาของวัตถุดิบ สถานะการรับรองฮาลาล และการส่งมอบจริง ข้อมูล ชุดเดียวกันนี้ช่วยให้ผู้ซื้อในตลาดปลายทางมั่นใจในความเป็นฮาลาลตลอดห่วงโซ่ และช่วยให้สถาบันการเงินเห็นศักยภาพของผู้ประกอบการรายเล็ก ภายใต้เกณฑ์ความเสี่ยงที่เหมาะสม

"ระบบตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้มีไว้พิสูจน์ความฮาลาลของสินค้าเท่านั้น แต่ยังพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของผู้ผลิตได้อีกด้วย การมีข้อมูลการผลิตสินค้าในทุกขั้นตอนจะทำให้เงินทุนไปถึงผู้ผลิตรายเล็กที่สุดของห่วงโซ่ได้" นอกจากนี้ การเงินอิสลาม: เครื่องมือที่ผูกกับการค้าจริงในทุกจุดของห่วงโซ่ นางนุจรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ห่วงโซ่ฮาลาลมีจุดเปราะบาง ที่ต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินหลักๆ ใน 4 จุด คือการผลิต การรับรองมาตรฐานฮาลาล รวมทั้งมาตรฐานอื่นๆที่จำเป็นในการค้าขายซึ่งต้องมาควบคู่กับองค์ความรู้ การขนส่งและการรับชำระเงิน ที่สามารถมั่นใจได้ ซึ่งการเงินอิสลามมีเครื่องมือรองรับทุกจุด เพราะทุกธุรกรรมผูกกับสินค้าและสินทรัพย์จริง ทั้งหมดนี้เป็นแนวทางในการ การดำเนินการภายใต้ 3 หลักการที่ไอแบงก์ต่อยอดจากเวที Affiliated Program ในการประชุมประจำปี IMF–กลุ่มธนาคารโลก เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้แก่
  • Resilience ประคองธุรกิจวันนี้ด้วยทุนหมุนเวียนตามรอบการค้า
  • Transition ยกระดับผู้ประกอบการให้มีความพร้อมสำหรับอนาคตที่ไม่เหมือนเดิม
  • Trust สร้างความเชื่อมั่นด้วยข้อมูลการค้าที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

"การเงินอิสลามคือภาษากลางที่เชื่อมทั้งตลาดเงินและตลาดทุนจากโลกมุสลิมเข้าด้วยกัน เมื่อการเงินฮาลาลเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ ระบบนิเวศฮาลาลจะสมบูรณ์ และระบบนิเวศที่สมบูรณ์คือระบบนิเวศที่มีความมั่นคงในอนาคต" นางนุจรีกล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการอภิปรายหัวข้อ "A New Trilateral Economic Architecture: China, ASEAN and the Gulf" และ "People, Technology and Cultural Diplomacy: Building the Human Capital of a Connected Asia" สะท้อนความสำคัญของความร่วมมือระหว่างจีน อาเซียน และโลกมุสลิม ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และยุทธศาสตร์ ในโอกาสนี้อีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง
วิริยะประกันภัย ร่วมพิธีปลุกเสก “เหรียญเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย”  ส่งต่อความห่วงใย เตือนสติตรุษจีนเมาไม่ขับ
พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล “เหรียญเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย” ภายใต้ “โครงการตรุษจีนเมาไม่ขับ” ซึ่ง บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิเมาไม่ขับ ดำเนินโครงการขึ้น
17 ก.พ. 2026
เชอรี ประเทศไทย เปิดตัวในงาน Motor Show ครั้งแรก กระแสแรง ยอดจองทะลุกว่า 3,400 คัน ใน 7 วัน สะท้อนความนิยม ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่ง พร้อมอัดแคมเปญโดนใจผู้บริโภค
กรุงเทพฯ 2 เมษายน 2569 - เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ประกาศความสำเร็จในการร่วมงาน Motor Show ครั้งแรก พร้อมสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย
2 เม.ย. 2026
PwC คาดรายได้อุตสาหกรรมความบันเทิงและสื่อไทยปี 2569 แตะเกือบ 5.5 แสนล้านบาท แม้เศรษฐกิจชะลอตัว จากแรงหนุนโฆษณาดิจิทัลและ AI
PwC คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมความบันเทิงและสื่อของไทยจะมีมูลค่ารายได้รวมแตะเกือบ 5.5 แสนล้านบาทในปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.8% จากปีก่อน แม้เศรษฐกิจในประเทศยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
20 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy