แชร์

CCET วางยุทธศาสตร์ 5 ปี มุ่งสู่ธุรกิจยุคดิจิทัล รุก AI Server-CSP-HVDC ลุย New business เต็มพิกัด พร้อมดันไทยสู่ Smart Factory

อัพเดทล่าสุด: 5 ต.ค. 2026
63 ผู้เข้าชม

บมจ.แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (CCET) วางยุทธศาสตร์ธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า เดินหน้ารักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจ EMS ควบคู่กับการต่อยอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการผลิต สู่ผลิตภัณฑ์และธุรกิจเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ฟากผู้บริหาร "คงสิทธิ์  โจวกิจเจริญ" ระบุเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ด้าน AI Server, CSP, LVDC และ HVDC พร้อมรุก New Business Technology ควบคู่การพัฒนา Automation และ AI ยกระดับกระบวนการผลิตสู่ Smart Factory เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับโอกาสการเติบโตในโลกยุคดิจิทัล

ฝ่ายบริหาร บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CCET) ผู้ให้บริการด้าน EMS (Electronics Manufacturing Service) รายใหญ่ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งให้บริการทั้ง OEM (Original Equipment Manufacturing) และ ODM (Original Design Manufacturing) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน CCET มีฐานลูกค้าจากหลากหลายประเทศทั่วโลก พร้อมฐานการผลิตและบริษัทในเครือในหลายประเทศ ทำให้สามารถรองรับการผลิตและให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยธุรกิจ EMS ยังคงเป็นแกนหลักและแหล่งรายได้สำคัญของบริษัท โดยเฉพาะกลุ่ม Storage ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท รวมถึง Printer, SSD และ Smart Wearable โดยกลุ่ม SSD มีการขยายตัวต่อเนื่องและสร้างผลตอบแทนที่ดี ขณะที่ธุรกิจ Printer ยังคงเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่สร้างกำไรที่ดีให้กับบริษัท

นอกจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว CCET ยังมีการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทใหม่ ๆ อาทิ เช่น ปลอกคออัจฉริยะ (Pet Collar) ซึ่งเป็น Smart Wearable อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะสำหรับวัว สามารถติดตามตำแหน่ง อารมณ์ และสุขภาพของสัตว์ได้ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ Smart Wearable สำหรับวัวรายแรกของโลก และประสบความสำเร็จในตลาดนิวซีแลนด์และออสเตรเลียแล้ว โดยมีแผนขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ที่มีการเลี้ยงวัวจำนวนมาก เช่น บราซิล รวมถึงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้งานเป็นอุปกรณ์สวมใส่สำหรับสัตว์ได้หลากหลายสายพันธุ์มากขึ้น นอกจากนี้ CCET กำลังเข้าสู่อุตสาหกรรมเทคโนโยโลยีใหม่ คือ อุปกรณ์เกมเพื่อการศึกษา (Educational Game Device) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับโทรทัศน์และใช้กล้องหรือเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาการตอบสนอง และส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย และยังมี CoBot (Collaborative Robot) หรือหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ โดยปัจจุบันกำลังมุ่งเน้นพัฒนาเพื่อนำไปใช้งานในโรงพยาบาล ร้านอาหาร ธนาคาร และสถานที่อื่นๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดนี้อยู่ในขั้นตอนการวางแผนการผลิต

ทางด้านแผนยุทธศาสตร์ระยะสั้น (Short Term) CCET เดินหน้าต่อยอดจากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งในอุตสาหกรรม EMS ขยายความเชี่ยวชาญด้านการผลิตไปสู่ New Business ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะ AI Server และธุรกิจ CSP (Cloud Supply Provider) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของ AI Infrastructure ในปีนี้บริษัทกำลังเร่งจัดตั้งสายการผลิตผลิตภัณฑ์ AI Server ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ก่อนสิ้นไตรมาส 3/2569 ขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ CSP อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดตั้งสายการผลิต และเตรียมพร้อมที่จะเริ่มการผลิตในประเทศไทยภายในครึ่งหลังของปี 2569 นี้

นอกจากการขยายธุรกิจ AI Server และ CSP แล้ว CCET ยังอยู่ระหว่างสำรวจตลาดผลิตภัณฑ์ พาวเวอร์ซัพพลายระดับไฮเอนด์เพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ โดยประกอบด้วยเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มผลิตแล้ว รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภท CRPS และ LVDC ที่อยู่ระหว่างการทดลองผลิต และคาดว่าจะเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทยังร่วมมือกับบริษัทในเครือเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ HVDC (High Voltage Direct Current) ระบบส่งกำลังไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ AI Server และช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระบบจ่ายไฟ  ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวจึงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องไปพร้อมกับการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI Infrastructure ในอนาคต โดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มการผลิตภายในปี 2570 และคาดว่าความต้องการผลิตภัณฑ์พาวเวอร์ซัพพลายระดับไฮเอนด์ดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรม AI

ในส่วนของแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว 5 ปี (Long Term) CCET ได้วางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรม โดยมีโครงการ Quantum Computing เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเกิดใหม่  ที่สำคัญ Quantum Computing เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะเข้ามาเสริมและเพิ่มศักยภาพของ AI Server เพื่อรองรับงานประมวลผลขนาดใหญ่และซับซ้อน ปัจจุบันบริษัทได้พัฒนาและผลิตเครื่องต้นแบบ(Sample Machine) ที่สามารถใช้งานได้แล้ว และอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาร่วมกับ ITRI (Industrial Technology Research Institute)  ในไต้หวัน รวมถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำในไต้หวัน โดยคาดว่าจะพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความก้าวหน้าและสามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้มากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีเกิดใหม่นี้คาดว่าจะเปิดโอกาสให้ CCET สามารถขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยี AI ระดับสูงมากขึ้น

อีกหนึ่งโครงการคือ LEO Satellite (Low Earth Orbit Satellite) หรือดาวเทียมวงโคจรต่ำ โดย CCET จะดำเนินโครงการนี้ผ่านความร่วมมือระยะยาวของกลุ่มกับบริษัทชั้นนำด้านการให้บริการดาวเทียมจากไต้หวัน ปัจจุบันโครงการอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและศึกษารูปแบบธุรกิจ เพื่อรองรับโอกาสในการขยายตลาดในอนาคต

เพื่อขับเคลื่อนทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวให้มีประสิทธิภาพ CCET ได้ยกระดับการดำเนินงานภายในองค์กรด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์ม CCLM ของตนเอง โดยบูรณาการเทคโนโลยี AI และข้อมูลต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งฐานการผลิต ฟังก์ชันสนับสนุน การจัดซื้อ และการบริการลูกค้า นอกจากนี้บริษัทยังได้พัฒนา AI Agent เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างระบบแจ้งเตือนปัญหาล่วงหน้า โดยจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดบน Local Server ภายใต้ระบบ Firewall ของบริษัทเพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยสูงสุด

ขณะเดียวกัน ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ CCET กำลังขยายองค์ความรู้จากภายในองค์กรไปสู่ลูกค้าภายนอกมากยิ่งขึ้น ผ่านบริษัท Cal-Comp Automation & Industrial 4.0 Service Co., Ltd. (CCAU) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CCET ถือหุ้นร้อยละ 100 ในประเทศไทย โดย CCAU มีศักยภาพในการออกแบบระบบอัตโนมัติ ผลิตเครื่องจักรกลอัตโนมัติ แขนหุ่นยนต์ และยานพาหนะนำทางอัตโนมัติ (AGV) ตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสนับสนุนโครงการโรงงานอัจฉริยะ โดย CCET ตั้งเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจดังกล่าวไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงตลาดสหรัฐอเมริกาและบราซิล

ในปัจจุบัน CCET ประเทศไทยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นฐานการผลิตสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและทดสอบ Automation, Software และ Manufacturing Technology ก่อนนำไปต่อยอดและใช้งานในโรงงานของกลุ่มในต่างประเทศ ขณะที่ Control Center ในประเทศไทยสามารถติดตามข้อมูลด้านเครื่องจักร กำลังการผลิต และการใช้พลังงานของโรงงานต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในภาพรวม สะท้อนบทบาทของประเทศไทยที่กำลังพัฒนาจากฐานการผลิต สู่หนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของเครือข่ายการผลิตและเทคโนโลยีของกลุ่มบริษัท โดย CCET จะเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ บุคลากร และนวัตกรรมจากประเทศไทย เพื่อนำไปต่อยอดและขยายผลยังโรงงานในต่างประเทศ รองรับการเติบโตของธุรกิจและโอกาสใหม่ ๆ ในโลกยุคดิจิทัล


บทความที่เกี่ยวข้อง
มูลนิธิกรุงศรีสนับสนุนมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม ร่วมสร้างรอยยิ้มใหม่ให้กับเด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่
มูลนิธิกรุงศรี โดย นายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จํากัด (มหาชน) ในฐานะผู้แทนมูลนิธิกรุงศรี มอบเงินสนับสนุนแก่มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม จำนวน 250,000 บาท
4 ธ.ค. 2025
สนพ. สรุปการใช้พลังงานรวมปี 2568 ลดลงร้อยละ 1.6 ขณะที่น้ำมันเครื่องบินโตร้อยละ 7.5 สอดคล้องท่องเที่ยวขยายตัว
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ปี 2568 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 2,014 พันบาร์เรล
20 มี.ค. 2026
ทีทีบี สนับสนุนสินเชื่อสีเขียวแก่ บริษัท ออเนอร์ นอร์ท พัทยา จำกัด เสริมศักยภาพธุรกิจโรงแรมเพื่อความยั่งยืน
ทีทีบีสนับสนุนสินเชื่อธุรกิจเพื่อความยั่งยืนให้แก่ บริษัท ออเนอร์ นอร์ท พัทยา จำกัด เสริมศักยภาพธุรกิจโรงแรม
4 ก.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy